Saturday, January 6, 2007

สารคดี

สายพันธ์เต่า
เต๋าที่จะกล่าวถึงนี้เป็นเต๋าหลายสายพันธ์ด้วยกันซึ่งอาศัยอยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ โดยมีเนื้อที่ 2 ไร่ ได้ขุดเป็นร่องน้ำมีรั้ว-กำแพงโดยรอบมีสะพานสำหรับเดินชมมีเต๋าหลายชนิดไม่ต่ำกว่า 1,000 ตัว
สายพันธ์ของเต๋าที่เด่นๆมีอยู่ 10 สายพันธ์ ได้แก่ เต๋าดำ มีลักษณะกระดองสีดำข้างตัวมีแถบสีขาวที่แก้ม จึงมีชื่อว่าเต๋าแก้มขาวชอบซุกตัวตามโคลนตมใต้น้ำทำให้มีกลิ่นตัวเหม็นจากใบไม้เน่า จึงมีชื่อว่าเต๋าเหม็น ด้วยพบตามหนองบึงทั่วประเทศ ส่วนเต๋าเหลืองหรือเต่าเทียน แรกเกิดขนาดโตกว่าเหรียญ 10 บาทเล็กน้อย เต๋าอีกชนิดหนึ่งคือ เต๋าหับ เต๋าชนิดนี้จะมีกระดองโค้งสูงกว่าเต๋าน้ำจืดชนิดอื่น หังค่อนข้างแหลมมีลายแถบสีเหลืองเป็นขอบเต๋าชนิดนี้สามารถ “หับ” หรือปิดกระดองได้มิดชิดพบตามหนองบึงทั่วประเทศ ส่วนเต๋าทับทิม มีลักษณะแผ่นเกร็ดสันหลังมี 6-1 แผ่น แตกต่างจากชนิดอื่นที่พบในประเทศไทย เป็นเต๋าขนาดเล็กกระดองสีเขียวสดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อโตขึ้น พบตามแหล่งน้ำภาคใต้ ทางด้านเต๋าที่มีลักษระเด่นคือ เต๋าแก้มแดงนำมาจากต่างประทศมักเรียก เต๋าญี่ปุ่น พบแพร่กระจายในแหล่งน้ำของจืดไทยเต๋าขนาดเล็กมีกระดองสีเขียวและคล้ำลงเมื่อโตขึ้น จุดเด่นอยู่ที่แถบสีแดงส้มข้างแก้มทั้งสองข้าง เต๋าใบไม้มีลักษณะขอบกระดองด้านท้ายเป็นจักร กระดองหลังสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มเป็นสีดำหรือเขียวมะกอกเกร็ดมีลายเป็นเส้นรัศมีจะหายไปเมื่อโตขึ้นพบในป่าทั่วประเทศ อีกชนิดหนึ่งคือ เต๋าบัว เป็นเต๋าขนาดใหญ่สีสันและรูปร่างกระดองเปลี่ยนไปตามอายุตัวโตเต็มวัยกระดองมีสีดำ หัวสีเหลืองบางทีเรียกว่า เต๋านิ่งหัวเหลือง อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดที่ค่อนข้างนิ่งทั่วประเทศและเต๋าชนิดสุดท้ายที่จะกล่าวถึงนี้คือเต๋าบก เป็นเต๋าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีเดือยหลายเดือยอยู่ที่โคนขาหลังทั้งสอง กระดองมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำพบอยู่ในป่าดิบที่สูงทางภาคเหนือ ภาคตะวันตกและภาคใต้






































































No comments: